เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ปี 2563 จะถูกจดจำว่าเป็นปีแห่งวิกฤตทางด้านสาธารณสุข อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัส โคโรน่า 2019 (COVID-19) ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อสังคม การเสียชีวิต ตลอดจนการหยุดชะงักทางเศรษฐกิจทั่วโลก ซึ่งความรู้สึกนี้จะยังคงอยู่ในอีกหลายปีข้างหน้า

เศรษฐกิจไทยลดลงอย่างมากถึงร้อยละ 6.1 อันเป็นผลมาจาก การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 และธุรกิจเราก็ได้ รับผลกระทบเช่นกัน ปริมาณการให้สินเชื่อแฟคเตอริ่ง ลดลงประมาณร้อยละ 15 จาก 31,482 ล้านบาทในปี 2562 เป็น 26,624 ล้านบาทในปี 2563 และปริมาณการให้สินเชื่อลีสซิ่ง / เช่าซื้อ และ เงินให้กู้ยืมซื้อสินค้ารวมกันลดลงร้อยละ 25 จาก 1,099 ล้านบาท ในปี 2562 เป็น 825 ล้านบาทในปี 2563 ส่งผลให้รายได้รวมลดลง ประมาณ 82 ล้านบาทในปี 2563 (ไม่นับรวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการได้รับชำระเงินจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ รายใหญ่ของปีก่อน) เมื่อเทียบกับปี 2562 บริษัทมีกำไรสุทธิ หลังหักภาษีจำนวน 133.62 ล้านบาทลดลงร้อยละ 24 (ไม่นับรวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการได้รับชำระเงินจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้รายใหญ่ของปีก่อน)

แม้จะเผชิญกับสภาวะแวดล้อมที่ยากลำบากในปี 2563 คณะกรรมการเสนอให้จ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.14 บาท หรือ 14 สตางค์ต่อหุ้นสำหรับปี 2563 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 69.09 ล้านบาท หรือคิดเป็นเงินปันผลจ่ายอัตราร้อยละ 51.71 ของกำไรสุทธิ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทไม่น้อยกว่า 50 ของกำไรสุทธิหลังหักเงินสำรองตามกฎหมาย และต้องได้ รับความเห็นชอบจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 20 เมษายน 2564

กลยุทธ์ทางธุรกิจ

ปี 2564 จะเป็นปีที่ท้าทายสำหรับบริษัทอีกปีหนึ่ง เนื่องจาก การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ยังคงอยู่ แม้เศรษฐกิจไทยคาดว่าจะฟื้นตัวและกลับมาขยายได้ในอัตรา ร้อยละ 2.5 - 3.5 ในปี 2564 โดยมีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของ การบริโภคภายในประเทศ การสนับสนุนของมาตรการด้านนโยบาย การคลัง และการฟื้นตัวของการส่งออก แต่ยังคงมีความไม่แน่นอน ทั้งจากปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในประเทศ เนื่องจาก สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ยังไม่สามารถควบคุมได้ (แม้การได้มาของวัคซีนที่คาดว่าจะช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของ โรคก็ตาม) ความขัดแย้งและความตึงเครียดทางการค้าระหว่าง ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลก และความเสี่ยง ด้านภูมิศาสตร์การเมืองโลก (Geo-Political Risks) ยังคงมีอยู่

อย่างไรก็ตาม บริษัทจะยังคงขยายธุรกิจหลักอย่างต่อเนื่อง ทั้งสินเชื่อแฟคเตอริ่ง และสินเชื่อเครื่องจักรและอุปกรณ์ในปี 2564 โดยมุ่งเน้นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพเติบโตที่แข็งแกร่ง อาทิเช่น ภาครัฐบาล และอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และจะใช้ความระมัดระวัง และการมีวินัยในการบริหารงานความเสี่ยง เรามีความมุ่งมั่นที่ จะรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมแฟคเตอริ่งในประเทศไทย และมุ่งมั่นที่จะคิดค้นและสร้างโอกาสในธุรกิจใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) ภายในประเทศ

เราตระหนักถึงความจำเป็นที่จะนำเทคโนโลยีเข้ามายกระดับ การให้บริการ เพื่อช่วยให้เราสามารถขยายธุรกิจ และอำนวย ความสะดวก ความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพหากจำเป็นต้องทำงานจากที่ห่างไกล เราจะเริ่มโครงการเพื่อเปลี่ยนการดำเนินงาน ทั้งหมดของเราให้เป็นรูปแบบดิจิทัลในปี 2564

ความรับผิดชอบต่อสังคม

ผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 จะยังคงอยู่ ในอีกหลายปีข้างหน้า สิ่งนี้ทำให้ความจำเป็นและการยกระดับความสำคัญในการกำหนดวาระด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) ด้านสังคม (Social) และด้านบรรษัทภิบาล (Governance) หรือ ESG ให้มีมากขึ้นเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทในอนาคต

ในปี 2563 เราได้ดำเนินการ (1) แก้ไขเกณฑ์การกำกับการ ปล่อยสินเชื่อโดยอิงกับผลกำไรสุทธิประจำปีและส่วนของผู้ถือหุ้น ของบริษัท โดยหลักการสำคัญคือการบริหารจัดการความเสี่ยงเพื่อ การเติบโตอย่างยั่งยืน (2) ปรับปรุงแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 โดยมี วัตถุประสงค์หลักคือการทำให้พนักงานมีความปลอดภัย การไม่ปรับ จำนวนพนักงาน และการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในการใช้ บริการโดยไม่มีการหยุดชะงัก โดยจัดให้มีหน่วยปฏิบัติงานทางเลือก ที่บางนา แบ่งผู้ปฏิบัติงานออกเป็น 2 ทีม รวมถึงการอนุญาตให้ พนักงานบางส่วนทำงานจากที่บ้าน (3) การได้รับการต่ออายุแนวร่วม ปฏิบัติของภาคเอกชนในการต่อต้านการทุจริต (CAC) ออกไปอีก 3 ปีจนถึงปี 2566 และ (4) การให้ความช่วยเหลือชุมชนของเราด้วย การส่งมอบเวชภัณฑ์ให้กับโรงพยาบาลในช่วงเริ่มต้นของการแพร่ ระบาดโรค COVID-19 และเกิดความขาดแคลน

คำนิยม

ในนามของคณะกรรมการบริษัท ผมขอแสดงความขอบคุณต่อ คุณตัน ไห่ เหล็ง ยูจีน ซึ่งได้ลาออกจากการเป็นกรรมการ และประธานกรรมการ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2563 สำหรับความทุ่มเท และ การช่วยเหลืองานให้กับบริษัทตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากว่า 5 ปี

นอกจากนี้ ผมขอแสดงความขอบคุณจากใจจริงต่อผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า ธนาคาร ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียอื่นทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทด้วยดีเสมอมา สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณผู้บริหาร และพนักงานทุกคนสำหรับความมุ่งมั่นและให้การสนับสนุนเพื่อให้บริษัทประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง

นายแรนดี้ ซิม เชง เหลียง
   ประธานกรรมการ
   5 มีนาคม 2564