เงินทุนหมุนเวียน กับ Working Capital คือ คำเดียวกัน มีความสำคัญต่อทุกธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดว่าธุรกิจนั้นจะอยู่รอดหรือไม่ เพราะธุรกิจที่ดีต้องมีสภาพคล่องสูง แต่หากสภาพคล่องต่ำ ก็หมายความว่า ธุรกิจนั้นกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงสูง
รู้จักกับเงินทุนหมุนเวียน (Working Capital)
เงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) คือ เงินทุนที่ธุรกิจจำเป็นต้องมีเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจในแต่ละวัน เช่น เงินสด สินค้าคงคลัง ลูกหนี้การค้า และเจ้าหนี้การค้า ถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการดำเนินธุรกิจ เพราะจะช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินกิจการได้อย่างราบรื่น
ข้อดีของการที่ธุรกิจมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอ
- รักษาสภาพคล่องของธุรกิจ : การมีเงินทุนหมุนเวียนที่เพียงพอจะช่วยให้ธุรกิจมีสภาพคล่องที่ดี สามารถจ่ายหนี้สินตามกำหนดเวลา และสามารถดำเนินกิจการได้อย่างราบรื่น
- เพิ่มโอกาสเติบโตในธุรกิจ : การมีเงินทุนหมุนเวียนที่เพียงพอจะช่วยให้ธุรกิจสามารถลงทุนในสินทรัพย์และทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อขยายธุรกิจและเติบโตได้
- ช่วยให้แข่งขันกับธุรกิจอื่น ๆ ได้ : การมีเงินทุนหมุนเวียนที่เพียงพอจะทำให้เราสามารถเสนอสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ รวมถึงกำหนดราคาขายที่สามารถแข่งขันได้
ถ้าธุรกิจมีเงินทุนหมุนเวียนไม่เพียงพอ จะเกิดอะไรขึ้น?
- ไม่สามารถจ่ายหนี้สินตามกำหนดเวลา ต้องกู้ยืมเงินเพิ่ม ทำให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น
- ต้องลดการลงทุนในสินทรัพย์และทรัพยากรต่าง ๆ ซึ่งอาจทำให้ธุรกิจเติบโตช้าลง หยุดชะงัก หรืออาจถึงขั้นต้องปิดตัวลงได้
ดังนั้นผู้ประกอบการจึงควรให้ความสำคัญกับการบริหารเงินทุนหมุนเวียนให้ดี เพื่อให้ธุรกิจมีสภาพคล่องที่ดีและสามารถดำเนินกิจการได้อย่างราบรื่น
ทำไมทุกธุรกิจต้องการเงินทุนหมุนเวียน
เพราะในการทำธุรกิจ เครดิตเทอม เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ทำให้การเบิกจ่ายนั้นมีระยะเวลาที่ต้องรอ การแบ่งเงินส่วนนึงไว้สต็อกสินค้า หรือการส่งสินค้าไปยังลูกค้าก่อน ล้วนมีระยะเวลาที่ต้องรอกว่าจะมีกระแสเงินสดเข้ามาในธุรกิจ ทำให้ธุรกิจต้องมีเงินทุนหมุนเวียนสำรองไว้เสมอ ไม่ว่าจะมากจะน้อยก็ตาม
เงินทุนหมุนเวียนมีกี่ประเภท

เงินทุนหมุนเวียนนั้นแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ เงินทุนหมุนเวียนประจำ (Permanent Working Capital) และ เงินทุนหมุนเวียนชั่วคราว (Temporary Working Capital) ซึ่งแตกต่างกันในแง่ของระยะเวลาการถือครองสินทรัพย์ไว้
โดยเงินทุนหมุนเวียนประจำ จะเป็นสินทรัพย์ที่ต้องสำรองไว้ตลอดปี หรือมีช่วงระยะเวลาที่ค่อนข้างนาน เพื่อให้สภาพคล่องของธุรกิจดำเนินไปได้ เช่น เงินสดขั้นต่ำ หรือสินค้าคงคลังขั้นต่ำ ในขณะที่เงินทุนหมุนเวียนชั่วคราวจะเป็นสินทรัพย์สำรองที่ธุรกิจควรถือไว้ชั่วคราว นอกเหนือจากเงินทุนหมุนเวียนประจำ เพื่อให้ธุรกิจแก้ไขปัญหาสภาพคล่องในระยะสั้นได้ง่ายมากขึ้น
เราจะดูเงินทุนหมุนเวียนในงบการเงินได้อย่างไร
การดูเงินทุนหมุนเวียนในงบการเงิน คือ การดูจำนวนสินทรัพย์หมุนเวียนทั้งหมดในธุรกิจ ที่หักลบกับหนี้สินหมุนเวียนไปแล้ว ถ้าหักลบออกมาแล้วเหลือเงินทุนหมุนเวียนไม่มาก อาจหมายถึงธุรกิจนั้นกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะปิดกิจการลง เพราะขาดกระแสเงินสดในการดำเนินกิจการ จึงเป็นเหตุผลให้หลายธุรกิจต้องการเงินทุนหมุนเวียนในการพยุงกิจการไว้ตลอดเวลา

1. สินทรัพย์หมุนเวียน
คือ สินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้รวดเร็ว เมื่อธุรกิจต้องการกระแสเงินสดมาแก้ปัญหาในระยะสั้น (1 ปี) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น เงินสด สินค้าคงคลัง ลูกหนี้การค้า เงินให้กู้ยืมระยะสั้น และรายได้ค้างรับ เป็นต้น
2. หนี้สินหมุนเวียน
คือ หนี้ระยะสั้นที่ต้องชำระภายใน 1 ปี และมีกำหนดชำระที่ชัดเจน ตัวอย่างเช่น เงินเบิกเกินบัญชี ตั๋วเงินจ่าย และค่าใช้จ่ายค้างจ่ายต่างๆ
ธุรกิจที่มีเงินทุนหมุนเวียนที่ดีควรเป็นอย่างไร
ธุรกิจที่มีเงินทุนหมุนเวียนที่ดี ควรมีสินทรัพย์หมุนเวียนที่หักลบกับหนี้สินหมุนเวียนแล้วเป็นบวก และมีสภาพคล่องที่พร้อมจะพยุงธุรกิจให้ไปต่อได้ไม่ต่ำกว่า 1 ปี เพราะเงินทุนหมุนเวียนเป็นหัวใจหลักในการดำเนินงานของทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะอยู่ในอุตสาหกรรมไหนก็ตาม หลายต่อหลายครั้ง บริษัทที่ประสบปัญหาและปิดตัวลงมักเกิดจากการบริหารเงินทุนหมุนเวียนที่ผิดพลาด ไม่ใช่จากการดำเนินงานด้านอื่น
ต้องการเงินทุนหมุนเวียนทำอย่างไรได้บ้าง
ความต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเพิ่มสภาพคล่องธุรกิจ เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการมากที่สุด แต่ส่วนมากจะยุ่งยาก และมีเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อยาก แต่ที่ IFS Capital นั้นมีสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการ SME มากมาย พร้อมช่วยเหลือทุกธุรกิจ โดยมีเกณฑ์พิจารณาที่ไม่ยุ่งยาก และอนุมัติไว
IFS Capital ให้บริการรับซื้อหนี้การค้า เปลี่ยนใบวางบิลเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ

เราให้บริการสินเชื่อแฟคเตอริ่ง (Factoring) ซึ่งเป็นสินเชื่อระยะสั้นสำหรับผู้ประกอบการนิติบุคคล เพียงท่านนำเอกสารทางการค้า เช่น ใบสั่งซื้อ, ใบส่งของ, ใบแจ้งหนี้ หรือใบวางบิล ที่อยู่ระหว่างรอเครดิตเทอมจากคู่ค้า มาเปลี่ยนเป็นเงินสดกับเรา
- รับเงินทันที : อนุมัติวงเงินไวภายใน 7 วันทำการ*
- วงเงินสูง : ให้วงเงินสูงสุดถึง 90% ของมูลค่าบิล
- สมัครง่าย : ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
สำหรับท่านใดที่สนใจ สามารถกรอกฟอร์มสมัครสินเชื่อแฟคตอริ่งได้ที่ http://www.ifscapthai.com/th/services/factoring-with-us#contact-form
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
วิธีขอสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนด้วยสินเชื่อแฟคเตอริ่ง กับ IFS Capital
หมดกังวลเรื่องขั้นตอนที่ยุ่งยาก เพราะที่ IFS Capital เราออกแบบกระบวนการขอสินเชื่อให้สั้น กระชับ และรวดเร็วที่สุดสำหรับคนทำธุรกิจ ดังนี้
- เตรียมเอกสาร : รวบรวมเอกสารทางการค้าที่ท่านส่งสินค้าเรียบร้อยแล้ว (เช่น ใบแจ้งหนี้, ใบวางบิล)
- ยื่นขอสินเชื่อ : ส่งเอกสารให้เจ้าหน้าที่ IFS Capital ผ่านช่องทางออนไลน์ หรือ e-Factoring
- รออนุมัติ : ทีมงานจะทำการตรวจสอบเอกสารและเครดิตคู่ค้า (ใช้เวลาพิจารณาอนุมัติวงเงินรวดเร็ว)
- รับเงินโอน : เมื่อผ่านการอนุมัติ ท่านจะได้รับเงินโอนเข้าบัญชีสูงสุด 90% ของมูลค่าเอกสารการค้า* เพื่อนำไปหมุนเวียนธุรกิจได้ทันที
รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเงินทุนหมุนเวียน
สำหรับผู้ประกอบการที่ยังสงสัยเรื่องการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียน IFS Capital ได้รวบรวมคำถามพร้อมคำตอบที่เข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้ท่านวางแผนการเงินได้ดียิ่งขึ้น
1. จะรู้ได้อย่างไรว่าธุรกิจของเราเริ่มมีปัญหาเงินทุนหมุนเวียนไม่พอ?
สังเกตได้จากสัญญาณเตือน เช่น เริ่มจ่ายเงินซัพพลายเออร์ล่าช้ากว่ากำหนด ไม่มีเงินสดเพียงพอซื้อวัตถุดิบมาผลิตสินค้า หรือต้องดึงเงินส่วนตัวมาหมุนในกิจการบ่อยครั้ง หากเจออาการเหล่านี้ แสดงว่าสภาพคล่องท่านเริ่มวิกฤต
2. ควรมีเงินทุนหมุนเวียนสำรองไว้นานเท่าไหร่ ถึงจะปลอดภัย?
ในสถานการณ์ปกติ ควรมีเงินทุนหมุนเวียนสำรองครอบคลุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานอย่างน้อย 3-6 เดือน เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจจะยังอยู่รอดได้แม้เจอปัญหาลูกหนี้จ่ายช้าหรือยอดขายตกชั่วคราว
3. ถ้าไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน จะหาแหล่งเงินทุนหมุนเวียนจากที่ไหนได้บ้าง?
ท่านสามารถเลือกใช้สินเชื่อแฟคเตอริ่ง (Factoring) กับ IFS Capital ได้ เพราะเราใช้ใบแจ้งหนี้ (Invoice) เป็นหลักประกัน ทำให้ท่านเข้าถึงเงินทุนได้ง่าย โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ เช่น บ้าน หรือที่ดินมาวางค้ำ
4. การกู้เงินระยะยาว (Term Loan) มาใช้หมุนเวียนธุรกิจ ดีหรือไม่?
ไม่แนะนำ เพราะโครงสร้างดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อนชำระอาจไม่สอดคล้องกับรอบการค้า (Trade Cycle) การใช้สินเชื่อระยะสั้น หรือ Factoring ที่จบเป็นรอบ ๆ จะบริหารจัดการง่ายกว่าและต้นทุนต่ำกว่าในระยะยาว
5. ทำไมขายของดี แต่เงินทุนหมุนเวียนยังติดลบ?
เกิดจากภาวะ “กำไรทางบัญชี แต่ไม่มีเงินสด” มักเกิดจากการให้เครดิตเทอมลูกค้านานเกินไป (เช่น 60-90 วัน) ทำให้เงินสดจมอยู่กับลูกหนี้ ในขณะที่ต้องจ่ายเจ้าหนี้การค้าเร็ว (เช่น 30 วัน) ช่วงเวลาที่เหลื่อมล้ำกันนี้เองที่ทำให้เงินทุนหมุนเวียนติดลบ
สรุปบทความ
จะเห็นได้ว่า เงินทุนหมุนเวียน หรือ Working Capital คือ สภาพคล่องหรือท่อน้ำเลี้ยงของทุกธุรกิจ ที่เป็นตัวชี้เป็นชี้ตายว่า ธุรกิจนั้นจะสามารถอยู่รอดได้อย่างมั่นคงแค่ไหน แต่ในบางครั้ง ต่อให้ผู้ประกอบการบริหารธุรกิจได้ดีเพียงใด หากเกิดปัญหาภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ หรือมีวิกฤตโรคระบาด ก็จะทำให้ความต้องการเงินทุนหมุนเวียนนั้นเพิ่มสูงขึ้น สินเชื่อแฟคตอริ่งจาก IFS Capital จึงเป็นคำตอบของธุรกิจให้กับผู้ประกอบการทุกรายได้อย่างมั่นใจ











