ในโลกธุรกิจ การจ่ายค่าตอบแทนในรูปแบบของ “ค่านายหน้า” หรือ “ค่าคอมมิชชั่น” ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจซื้อขายสินค้า อสังหาริมทรัพย์ หรือบริการต่าง ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่มักสร้างความสับสนให้กับทั้งผู้จ่ายและผู้รับเงิน คือเรื่องของภาษี โดยเฉพาะคำถามยอดฮิตที่ว่า “ค่านายหน้า หัก ณ ที่จ่าย กี่เปอร์เซ็นต์” ต้องหัก 3% หรือคำนวณตามอัตราก้าวหน้ากันแน่?
วันนี้ IFS Capital (Thailand) จะพาคุณไปทำความเข้าใจวิธีคิดภาษีค่านายหน้าอย่างละเอียด ทั้งในมุมของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล เพื่อให้คุณจัดการเรื่องภาษีได้อย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงในการถูกตรวจสอบย้อนหลัง และบริหารจัดการกระแสเงินสดในธุรกิจได้อย่างราบรื่น
ทำความเข้าใจ “ค่านายหน้า” หรือ “ค่าคอมมิชชั่น” ในทางภาษี
ก่อนจะไปถึงเรื่องตัวเลข เราต้องมาทำความเข้าใจนิยามของค่านายหน้าในสายตาของกรมสรรพากรกันก่อน เพราะรูปแบบรายได้ที่ต่างกัน อาจนำไปสู่วิธีการเสียภาษีที่ต่างกัน
เงินได้ประเภท 40(2) กับนิยามของค่านายหน้าที่สรรพากรกำหนด
ตามประมวลรัษฎากร ค่านายหน้า หรือค่าคอมมิชชั่น จัดเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 2 หรือ มาตรา 40(2) ซึ่งหมายถึงเงินได้จากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ หรือโบนัส โดยหัวใจสำคัญคือเป็นการรับทำงานให้โดยที่ “ไม่ได้มีฐานะเป็นนายจ้าง-ลูกจ้าง” กันอย่างถาวรเหมือนเงินเดือนปกติ (ซึ่งเป็นเงินได้ประเภท 40(1))
ความแตกต่างระหว่างค่านายหน้าของพนักงานประจำและนายหน้าอิสระ (Freelance)
หากคุณเป็นพนักงานประจำ (Sales) ที่ได้รับทั้งเงินเดือนและค่าคอมมิชชั่นจากบริษัทเดียวกัน รายได้ทั้งสองส่วนนี้จะถูกนำมารวมกันและถือเป็นเงินได้ประเภท 40(1) ทั้งหมด การหักภาษี ณ ที่จ่ายจะคำนวณตามอัตราก้าวหน้าเหมือนมนุษย์เงินเดือนทั่วไป
แต่ถ้าคุณเป็นนายหน้าอิสระ (Freelance) หรือเอเจนต์ที่ไม่ได้เป็นพนักงานประจำของบริษัทผู้จ่ายเงิน รายได้ค่าคอมมิชชั่นนี้จะถือเป็นเงินได้ประเภท 40(2) ล้วน ๆ ซึ่งจะมีวิธีการคำนวณหัก ณ ที่จ่ายที่แตกต่างออกไป
ค่านายหน้า หัก ณ ที่จ่าย กี่เปอร์เซ็นต์? สรุปตามประเภทผู้รับเงิน

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด เราสรุปอัตราการหักภาษี ณ ที่จ่าย ของค่านายหน้า โดยแบ่งตามสถานะของผู้รับเงิน ดังนี้
1. กรณีผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา : การหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราก้าวหน้า 0 – 35%
หากผู้จ่ายเป็นนิติบุคคลและผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา กฎหมายกำหนดให้คำนวณหักภาษี ณ ที่จ่ายตาม อัตราก้าวหน้า (ไม่ใช่หัก 3% ทันทีเหมือนนิติบุคคล) โดยนำยอดจ่ายทั้งปีมาประมาณการภาษี
ตัวอย่างการคำนวณ : บริษัทจ่ายค่านายหน้าให้คุณ A (โสด) เดือนละ 50,000 บาท
- รายได้ทั้งปี : 50,000 x 12 = 600,000 บาท
- หักค่าใช้จ่าย (40(2)) : หักเหมา 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท = หักได้ 100,000 บาท
- หักค่าลดหย่อนส่วนตัว : 60,000 บาท (สำหรับคนโสด)
- เงินได้สุทธิ : 600,000 – 100,000 – 60,000 = 440,000 บาท
- คำนวณภาษี :
- 0 – 150,000 บาทแรก = ยกเว้น
- 150,001 – 300,000 บาท (จำนวน 150,000) x 5% = 7,500 บาท
- 300,001 – 440,000 บาท (จำนวน 140,000) x 10% = 14,000 บาท
- รวมภาษีทั้งปี = 21,500 บาท
- หัก ณ ที่จ่ายต่อเดือน : 21,500 / 12 = 1,791.66 บาท
ข้อสังเกต : ในทางปฏิบัติ บางบริษัทอาจอนุโลมใช้เกณฑ์หัก 3% เพื่อความสะดวกในการคำนวณ แต่ผู้รับเงินต้องระวังว่าอาจมีภาระภาษีต้องจ่ายเพิ่มเมื่อยื่นภาษีประจำปี
2. กรณีผู้รับเป็นนิติบุคคล : อัตราหักภาษี ณ ที่จ่าย 3%
กรณีนี้ตรงไปตรงมาที่สุด หากผู้รับค่านายหน้าจดทะเบียนเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ผู้จ่ายจะต้อง หัก ณ ที่จ่าย 3% ทันที
ตัวอย่าง : บริษัท ก. จ่ายค่านายหน้าให้ บริษัท ข. จำนวน 100,000 บาท
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย = 100,000 x 3% = 3,000 บาท
- ผู้รับ (บริษัท ข.) จะได้รับเงินสุทธิ = 97,000 บาท (ยังไม่รวม VAT หากมี)
3. กรณีผู้รับเป็นมูลนิธิหรือสมาคม : อัตราหักภาษี ณ ที่จ่าย 10%
หากผู้รับค่านายหน้าเป็นมูลนิธิหรือสมาคม (ที่ไม่ใช่องค์การสาธารณกุศลตามประกาศกระทรวงการคลัง) จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 10%
ตัวอย่าง : จ่ายค่านายหน้า 10,000 บาท หักภาษี 1,000 บาท จ่ายสุทธิ 9,000 บาท
4. กรณีจ่ายค่านายหน้าให้ผู้รับในต่างประเทศ : อัตราหักภาษี ณ ที่จ่าย 15%
หากบริษัทจ่ายค่านายหน้าให้กับนายหน้าต่างชาติที่ไม่ได้เข้ามาในไทย (หรืออยู่ไม่ถึง 183 วัน) ถือเป็นการจ่ายเงินได้พึงประเมินมาตรา 40(2) ออกไปต่างประเทศ ผู้จ่ายมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% และนำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.54
ตัวอย่าง : จ่ายค่านายหน้า 100,000 บาท หักภาษี 15,000 บาท โอนให้ผู้รับ 85,000 บาท
ตารางสรุปการหัก ณ ที่จ่ายของค่านายหน้า
เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ IFS Capital (Thailand) สรุปมาให้ในตารางนี้
| ผู้จ่ายเงิน (Payer) | ผู้รับเงิน (Payee) | อัตราหักภาษี ณ ที่จ่าย | แบบนำส่ง |
| นิติบุคคล | บุคคลธรรมดา (ในไทย) | อัตราก้าวหน้า (0-35%) | ภ.ง.ด.1 |
| นิติบุคคล | นิติบุคคล (ในไทย) | 3% | ภ.ง.ด.53 |
| นิติบุคคล | มูลนิธิ/สมาคม | 10% | ภ.ง.ด.53 |
| นิติบุคคล | ผู้รับในต่างประเทศ | 15% | ภ.ง.ด.54 |
| บุคคลธรรมดา | บุคคลธรรมดา | ไม่หักภาษี | – |
วิธีคำนวณภาษีค่านายหน้าและสิทธิการหักค่าใช้จ่ายที่เจ้าของธุรกิจควรรู้

สำหรับบุคคลธรรมดาที่มีรายได้จากค่านายหน้า การวางแผนภาษีเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะรายได้ประเภทนี้มีข้อจำกัดในการหักค่าใช้จ่ายต่างจากรายได้ประเภทอื่น
การหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับบุคคลธรรมดา
เงินได้ประเภท 40(2) อย่างค่านายหน้า สามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายได้วิธีเดียวคือ “หักเหมา 50%” แต่มีเพดานสูงสุดคือ “ห้ามเกิน 100,000 บาท” อย่างไรก็ตาม หากคุณมีทั้งเงินเดือน 40(1) และค่านายหน้า 40(2) กฎหมายให้นำเงินได้ทั้งสองประเภทมารวมกัน แล้วหักค่าใช้จ่ายได้สูงสุดรวมกันเพียง 100,000 บาทเท่านั้น
สูตรการคำนวณภาษีเงินได้สุทธิ เพื่อวางแผนการจ่ายค่าคอมมิชชั่น
สูตรหลักที่ใช้คือ “เงินได้สุทธิ = (รายได้รวม – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน)”
เมื่อได้เงินได้สุทธิแล้ว ให้นำไปเทียบกับตารางอัตราภาษี (0-35%) เพื่อคำนวณภาษีที่ต้องจ่ายจริง หากยอดภาษีที่คำนวณได้ “มากกว่า” ภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไปแล้ว คุณต้องจ่ายเพิ่ม แต่ถ้า “น้อยกว่า” คุณสามารถยื่นขอคืนภาษีได้
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) สำหรับนายหน้าที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
ค่านายหน้าถือเป็นการ “ให้บริการ” หากคุณ (ทั้งบุคคลและนิติบุคคล) มีรายได้จากการเป็นนายหน้าเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี คุณมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และนำส่ง VAT 7% ให้กรมสรรพากรทุกเดือน แม้จะเป็นบุคคลธรรมดาก็ตาม
ภาษีที่เกี่ยวข้องสำหรับ “นายหน้าอสังหาริมทรัพย์” และเอเจนต์มืออาชีพ

อาชีพนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ หรือเอเจนต์ (Agent) มักได้รับค่าคอมมิชชั่นก้อนใหญ่จากการปิดการขายทรัพย์สินมูลค่าสูง ซึ่งนอกจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ต้องเสียตามปกติแล้ว ยังมีประเด็นทางภาษีที่ซับซ้อนกว่านายหน้าทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อรายได้เริ่มแตะเพดานที่กฎหมายกำหนด หรือมีการทำธุรกรรมในลักษณะมุ่งค้าหากำไร ซึ่ง IFS Capital (Thailand) สรุปจุดที่ต้องระวังมาให้ดังนี้
ข้อแตกต่างระหว่างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีธุรกิจเฉพาะ
โดยปกติ “รายได้ค่านายหน้า” ของเอเจนต์ จะเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และหากรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) ส่วนภาษีธุรกิจเฉพาะ (3.3%) กฎหมายจะเก็บจาก “ผู้ขายอสังหาริมทรัพย์” (เจ้าของทรัพย์) ที่ถือครองทรัพย์สินไม่ครบ 5 ปี หรือมีการค้าหากำไร ไม่ได้เก็บจากค่านายหน้าของเอเจนต์โดยตรง เอเจนต์จึงควรมีความรู้เรื่องนี้ไว้เพื่อคำนวณค่าใช้จ่ายในการโอนให้ลูกค้าได้อย่างถูกต้อง แต่ไม่ใช่ภาษีที่หักจากค่าคอมมิชชั่นของคุณ
การออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) ให้ถูกต้อง
ทุกครั้งที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องออก หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) ให้กับนายหน้า เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นภาษีประจำปี ข้อมูลในใบ 50 ทวิ ต้องระบุประเภทเงินได้เป็น 40(2) และระบุจำนวนเงินภาษีที่หักไว้ให้ชัดเจน
บริหารกระแสเงินสดเพื่อรองรับการจ่ายค่าคอมมิชชั่นอย่างมีประสิทธิภาพ
การจ่ายค่าคอมมิชชั่นจำนวนมาก หมายถึงธุรกิจของคุณมียอดขายที่ดี แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นภาระเงินสดก้อนโตที่ต้องเตรียมจ่ายให้ทันกำหนด (ทั้งจ่ายให้นายหน้าและนำส่งกรมสรรพากร) หากธุรกิจของคุณมีปัญหา “ขายดีแต่เก็บเงินลูกค้าไม่ได้” หรือต้องรอเครดิตเทอมยาวนาน อาจทำให้กระแสเงินสดสะดุดจนไม่มีเงินจ่ายค่านายหน้าหรือภาษีได้ทันเวลา
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน IFS Capital (Thailand) แนะนำให้คุณวางแผนสภาพคล่องล่วงหน้า หากมีสัญญาณว่าเงินสดอาจไม่พอใช้ การใช้เครื่องมือทางการเงินอย่าง Factoring (การเปลี่ยนบิลเป็นเงินสด) จะช่วยให้คุณได้รับเงินค่าสินค้า/บริการล่วงหน้าทันทีโดยไม่ต้องรอเครดิตเทอม ช่วยให้คุณมีเงินสดหมุนเวียนเพียงพอสำหรับจ่ายค่าคอมมิชชั่นให้ทีมขาย และนำส่งภาษีได้ตรงเวลา ลดความเสี่ยงในการผิดนัดชำระและค่าปรับต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สรุป การจัดการภาษีค่านายหน้าอย่างถูกต้อง ช่วยลดความเสี่ยงทางภาษีให้องค์กร
การเข้าใจว่า ค่านายหน้า หัก ณ ที่จ่าย กี่เปอร์เซ็นต์ เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการทำธุรกิจอย่างมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการหัก 3% สำหรับนิติบุคคล หรือหักตามอัตราก้าวหน้าสำหรับบุคคลธรรมดา ความถูกต้องแม่นยำจะช่วยลดภาระค่าปรับและเงินเพิ่มทางภาษีในระยะยาว
และหากธุรกิจของคุณกำลังเติบโตและต้องการสภาพคล่องเพื่อรองรับยอดขายและการจ่ายค่าคอมมิชชั่นที่เพิ่มขึ้น IFS Capital (Thailand) พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ทางการเงินเคียงข้างคุณ ด้วยบริการสินเชื่อแฟคเตอริ่ง (Factoring) ที่ช่วยเปลี่ยนลูกหนี้การค้าเป็นเงินทุนหมุนเวียนได้สูงสุด 90% ภายใน 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อให้ธุรกิจของคุณเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคงและไม่มีสะดุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่านายหน้า หัก ณ ที่จ่าย
1. นิติบุคคลจ่ายค่านายหน้าให้บุคคลธรรมดา ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% หรือตามอัตราก้าวหน้า?
ต้องคำนวณหัก ตามอัตราก้าวหน้า (เหมือนคำนวณภาษีเงินเดือน) แต่ในทางปฏิบัติ บางบริษัทอาจอนุโลมใช้การหัก 3% เพื่อความสะดวก ซึ่งผู้รับเงินต้องนำไปรวมคำนวณภาษีปลายปีให้ถูกต้อง หากขาดต้องจ่ายเพิ่ม
2. หากบุคคลธรรมดาจ่ายค่านายหน้าให้บุคคลธรรมดาด้วยกัน ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่?
ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เพราะกฎหมายกำหนดให้ผู้ที่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายต้องเป็นนิติบุคคล (บริษัท/ห้างหุ้นส่วน) เท่านั้น บุคคลธรรมดาจ่ายเงินให้ใคร ไม่ต้องหักภาษี
3. กรณีจ่ายค่าคอมมิชชั่นรวมกับเงินเดือน ต้องแยกคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายอย่างไร?
ไม่ต้องแยก ให้นำค่าคอมมิชชั่นมารวมกับเงินเดือน ถือเป็นเงินได้ประเภท 40(1) ทั้งก้อน แล้วคำนวณหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราก้าวหน้าจากยอดรวมนั้นเลย











